PRK ย่อมาจาก Photorefractive Keratectomy ซึ่งเป็นการผ่าตัดตาด้วยเลเซอร์ประเภทหนึ่งที่ใช้ในการแก้ไขปัญหาการมองเห็น เช่น สายตาสั้น สายตายาว และสายตาเอียง ซึ่งข้นตอนของ PRK จะเป็นการใช้เลเซอร์เพื่อปรับรูปร่างกระจกตา ซึ่งเป็นส่วนหน้าที่ชัดเจนของดวงตาที่ช่วยโฟกัสแสงไปที่เรตินา

ขั้นตอนการผ่าตัด PRK 

ในการผ่าตัด PRK เป็นการผ่าตัดที่ศัลยแพทย์จะเอาชั้นนอกของกระจกตาที่เรียกว่าเยื่อบุผิวออก โดยใช้น้ำยาพิเศษหรือเครื่องมือผ่าตัด จากนั้นจึงใช้เลเซอร์เพื่อขจัดเนื้อเยื่อจำนวนหนึ่งออกจากกระจกตาเพื่อปรับรูปร่างใหม่และแก้ไขการมองเห็นของผู้ป่วย การผ่าตัดใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีต่อตาหนึ่งข้าง และผู้ป่วยมักจะรู้สึกตัวระหว่างผ่าตัด หลังการผ่าตัด ผู้ป่วยอาจรู้สึกไม่สบายและไวต่อแสงเป็นเวลา 2-3 วันหรือหลายสัปดาห์ และการมองเห็นอาจพร่ามัวในช่วงการรักษาระยะแรก โดยปกติจะใช้เวลาหลายเดือนกว่าการมองเห็นจะคงที่และดีขึ้น ผลลัพธ์ของขั้นตอน PRK อาจคล้ายกับ LASIK (การผ่าตัดตาด้วยเลเซอร์อีหหนึ่งประเภท) แต่ระยะเวลาการกู้คืนสำหรับ PRK อาจยาวนานกว่าและการฟื้นตัวของการมองเห็นในขั้นต้นอาจช้ากว่าด้วย 

ดังนั้นจะเห็นได้ว่า PRK เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสำหรับผู้ที่ต้องการลดการพึ่งพาแว่นตาหรือคอนแทคเลนส์เพราะมีความยุ่งยากและไม่สะดวกต่อการใช้ชีวิตหรืออาจไม่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของบางคนอีกด้วย 

ใครบ้างที่สามารถเข้ารับการรักษาสายตาแบบ PRK 

แน่นอนว่าขั้นตอนการผ่าตัดแบบนี้นั้นมีประสิทธิภาพและมีความคุ้มค่าในระยะยาว แต่ปัญหาคือมันไม่ได้เหมาะกับทุกคน เพราะทุกคนมีปัญหาด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์ในการใช้งานดวงตาที่แตกต่างกัน ดังนั้นจึงสำคัญที่คุณควรรู้ไว้ว่าการการผ่าตัดแบบ PRK ควรใช้กับใครได้บ้างเพื่อเป็นทางเลือกในการตัดสินใจ 

  1. มีค่าสายตาที่มั่นคง: ค่าการมองเห็นของผู้รับการผ่าตัดไม่ควรมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญเป็นเวลาอย่างน้อยหนึ่งปีก่อนเข้ารับการผ่าตัด 
  1. มีกระจกตาที่แข็งแรง: กระจกตาไม่ควรมีความผิดปรกติใดๆ ที่อาจส่งผลต่อผลการผ่าตัด คือควรอยู่ในสภาพปกติที่สุด ไม่มีการติดเชื้อทางสายตาใดๆ เป็นต้น
  1. มีความหนาของกระจกตาเพียงพอ: ผู้เข้ารับการผ่าตัด PRK ต้องมีเนื้อเยื่อกระจกตาที่เพียงพอในการเข้ารับการผ่าตัดด้วยเลเซอร์ได้อย่างปลอดภัย
  1. มีอายุเกิน 18 ปี: ค่าสายตาของผู้เข้ารับการผ่าตัด PRK ควรมั่นคง ซึ่งปกติสายตาจะสมบูรณ์และพร้อมที่สุดตอนอายุอย่างน้อย 18 ปี
  1. มีความคาดหวังที่เป็นจริง: ผู้เข้ารับการผ่าตัดควรเข้าใจถึงประโยชน์และข้อจำกัดของขั้นตอนการผ่าตัดแบบ PRK  และมีความคาดหวังที่สมเหตุสมผลสำหรับผลลัพธ์ นั่นคือต้องเข้าใจในเรื่องของระยะเวลาที่ใช้ในการฟื้นตัวหรืออื่น ๆ

นอกจากนี้ PRK อาจไม่เหมาะกับผู้ที่มีโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น โรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเองหรือเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ หรือสำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับดวงตา เช่น โรคต้อหิน หรือโรคตาแห้งรุนแรง มันจึงสำคัญที่ต้องมีการตรวจค่าสายตาอย่างละเอียดและปรึกษากับศัลยแพทย์ตาที่มีประสบการณ์ เพื่อพิจารณาว่า PRK เป็นตัวเลือกการรักษาที่เหมาะสมสำหรับความต้องการส่วนบุคคลของคุณหรือไม่ และเพื่อหารือเกี่ยวกับความเสี่ยงและประโยชน์ของขั้นตอนที่อาจเกิดขึ้น

Tags:

Explore More

สัญญาณจากแพทย์และความพร้อมของครอบครัว เมื่อไรควรเริ่มดูแลแบบ Palliative Care

Palliative Care

                การดูแลแบบ Palliative Care หรือการดูแลแบบประคับประคอง ความจริงแล้วไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด หลายคนมักคิดว่าเป็นการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายโดยปล่อยให้นอนเฉย ๆ แต่ความจริงแล้วผู้ป่วยจะได้รับการรักษาด้วยวิธีทางการแพทย์ โดยมีทีมแพทย์หรือทีมสหวิชาชีพเป็นผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่ได้ปล่อยผู้ป่วยทิ้งไว้โดยลำพัง สัญญาณที่บอกว่าเมื่อไหร่ควรเริ่มดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายแบบ Palliative Care ได้แล้ว สัญญาณเหล่านี้จึงเป็นเหมือนตัวเตือนให้ผู้ดูแลหมั่นสังเกตอาการของผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด และปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมในการเริ่มการดูแลแบบประคับประคอง หากผู้ป่วยมีอาการเหล่านี้ควรพาไปพบแพทย์ เพื่อตรวจวินิจฉัยและเริ่มการดูแลแบบประคับประคอง เพื่อช่วยลดความทุกข์ทรมานลงก่อนถึงวาระสุดท้าย สำหรับผู้ที่ต้องการดูแลผู้ป่วยเองสามารถให้แพทย์และทีมรักษาการดูแลแบบประคับประคองช่วยวางแผนการรักษา และแนะนำสถานที่รักษาที่เหมาะสม เพื่อการดูแลอย่างถูกวิธีและการเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ

จริงหรือไม่ ? ที่ ICSI ราคาแพงกว่า และให้ผลลัพธ์ที่ดีว่า IVF

ICSI ราคา

            การรักษาผู้มีบุตรยากนั้นมีด้วยกันอยู่หลายวิธี แต่ที่คนส่วนใหญ่นิยมเลือกทำกันมากที่สุด คือ “เด็กหลอดแก้ว” เพราะมีโอกาสที่จะทำให้เกิดการตั้งครรภ์ได้มากกว่าวิธีอื่นๆ             อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่การทำเด็กหลอดแก้วทุกประเภทจะได้รับความนิยมเหมือนกัน เพราะแต่ละวิธีก็ให้ผลลัพธ์ที่ต่างกันไป โดยวิธีทำเด็กหลอดแก้วที่คนส่วนใหญ่นิยมกัน คือ ICSI เพราะเชื่อว่าในเมื่อเป็นวิธีที่จ่ายแพงกว่า ก็ย่อมให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการทำเด็กหลอดแก้วแบบ IVF เป็นธรรมดา             วันนี้เราเลยอยากพอทุกคนไปหาคำตอบพร้อมๆ กันว่า จริงหรือไม่? ที่วิธีทำเด็กหลอดแก้วแบบ ICSI ราคาแพงกว่า และให้ผลลัพธ์ที่ดีว่า IVF การทำเด็กหลอดแก้ว ICSI VS IVF

Medical_ประเภทของยา

ประเภทของยา

ยา เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ช่วยให้อาการเจ็บป่วยนั้นเบาเทาลง ซึ่งในการทานยานั้นควรได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ไม่ว่าจะเป็นหมอ พยาบาล หรือเภสัชกร ไม่ควรเลือกซื้อยามาทานเอง ซึ่งยามีทั้งคุณและโทษในตัวเอง จึงต้องมีความระมัดระวังในการใช้ยา เพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดและให้ได้รับโทษน้อยที่สุดจากการใช้ยา วันนี้จะพามาทำความรู้จักกับประเภทของยากันก่อนดีกว่า  เป็นยาที่ได้รับการพิจารณาแล้วว่าปลอดภัยเพียงพอ หรือโอกาสเป็นอันตรายต่อสุขภาพมีน้อย ให้วางจำหน่ายได้โดยทั่วไป และผู้บริโภคสามารถตัดสินใจซื้อด้วยตนเองตามอาการเจ็บป่วย โดยยาสามัญประจำบ้านได้นั้นต้องมีตำรับยา สรรพคุณ ขนาด วิธีใช้ คำเตือนการเก็บรักษา และขนาดบรรจุตามที่กำหนด เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถศึกษาได้ด้วยตนเอง โดยการกำหนดว่ายาใดจะเป็นยาสามัญประจำบ้าน จะดำเนินการประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยยาสามัญประจำบ้าน เป็นยาที่ต้องขายเฉพาะในร้านขายยาแผนปัจจุบันภายใต้การควบคุมและส่งมอบยาให้แก่ผู้บริโภคโดยเภสัชกรเท่านั้น โดยการกำหนดว่ายาใดจะเป็นยาอันตราย จะดำเนินการประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยยาอันตราย เป็นยาที่เภสัชกรจะจ่ายได้ ก็ต่อเมื่อมีการนำใบสั่งยาของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมมาซื้อยา กลุ่มนี้เป็นยาที่มีความเป็นพิษภัยสูงหรืออาจก่ออันตรายต่อสุขภาพได้ง่าย