Palliative Care

                การดูแลแบบ Palliative Care หรือการดูแลแบบประคับประคอง ความจริงแล้วไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด หลายคนมักคิดว่าเป็นการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายโดยปล่อยให้นอนเฉย ๆ แต่ความจริงแล้วผู้ป่วยจะได้รับการรักษาด้วยวิธีทางการแพทย์ โดยมีทีมแพทย์หรือทีมสหวิชาชีพเป็นผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่ได้ปล่อยผู้ป่วยทิ้งไว้โดยลำพัง

สัญญาณที่บอกว่าเมื่อไหร่ควรเริ่มดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายแบบ Palliative Care ได้แล้ว

  • ผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่มีอาการรุนแรง เป็นสัญญาณว่าอาจถึงเวลาที่ควรเริ่มดูแลแบบ Palliative Care แล้ว เพื่อช่วยประคับประคองอาการของผู้ป่วยและช่วยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เช่น ผู้ป่วยโรคมะเร็งระยะสุดท้าย หรือผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่าอยู่ในระยะสุดท้ายของโรค
  • ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองหรือทำกิจวัตรประจำวันได้ จำเป็นต้องมีคนดูแลอย่างใกล้ชิด มักเป็นอาการที่เกิดจากโรคและส่งผลต่อระบบต่าง ๆ ในร่างกาย ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้เช่นเดิม ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้
  • มีอาการอ่อนล้า อ่อนเพลีย ไม่มีแรง ซึม นอนเยอะ นอนหลับทั้งกลางวันและกลางคืน ไม่สามารถลุกเดินได้
  • หายใจผิดปกติ เช่น หายใจเร็วสลับช้า หายใจติดขัด หรือหายใจเป็นเฮือก ๆ เป็นอาการที่มักเกิดจากความผิดปกติในระบบทางเดินหายใจ เช่น มีเสมหะเยอะ ทำให้หายใจลำบาก ความบกพร่องในการควบคุมการหายใจของสมอง
  • ไม่สามารถกลั้นปัสสาวะและอุจจาระได้ ทำให้ขับถ่ายไม่รู้ตัว ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของระบบประสาทหรือกล้ามเนื้อหูรูดที่ควบคุมการขับถ่าย
  • ปลายมือปลายเท้าเย็นหรือมีสีคล้ำ เกิดจากการที่เลือดไปเลี้ยงหัวใจและส่วนต่าง ๆ ในร่างกายได้ไม่ดี ความดันโลหิตลดต่ำ ทำให้ปลายมือปลายเท้าของผู้ป่วยเย็นหรือมีสีคล้ำ
  • ทานอาหารและน้ำได้น้อยลง เกิดจากผลข้างเคียงของโรคที่ทำให้ผู้ป่วยมีปัญหาในการกลืนอาหาร ไม่อยากอาหาร ทานได้น้อยลง ส่งผลให้ร่างกายขาดสารอาหาร จำเป็นต้องได้รับการดูแลเพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหาร
  • อารมณ์และสติสัมปชัญญะเปลี่ยนแปลง เช่น กระสับกระส่าย เพ้อ กระวนกระวาย เป็นอาการที่มักเกิดจากความเจ็บป่วยจากโรค หากผู้ป่วยมีอาการรุนแรงขึ้นควรแจ้งให้แพทย์ทราบเพื่อรับยาช่วยบรรเทาอาการ
  • เปลือกตาปิดไม่สนิท แม้ว่าผู้ป่วยกำลังหลับอยู่ก็ตาม มักเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของกล้ามเนื้อและระบบประสาท ทำให้เปลือกตาปิดได้ไม่สนิท ซึ่งพบได้บ่อยในผู้ป่วยใกล้เสียชีวิต

สัญญาณเหล่านี้จึงเป็นเหมือนตัวเตือนให้ผู้ดูแลหมั่นสังเกตอาการของผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด และปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมในการเริ่มการดูแลแบบประคับประคอง หากผู้ป่วยมีอาการเหล่านี้ควรพาไปพบแพทย์ เพื่อตรวจวินิจฉัยและเริ่มการดูแลแบบประคับประคอง เพื่อช่วยลดความทุกข์ทรมานลงก่อนถึงวาระสุดท้าย สำหรับผู้ที่ต้องการดูแลผู้ป่วยเองสามารถให้แพทย์และทีมรักษาการดูแลแบบประคับประคองช่วยวางแผนการรักษา และแนะนำสถานที่รักษาที่เหมาะสม เพื่อการดูแลอย่างถูกวิธีและการเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ

Explore More

โรคหลอดลมอักเสบมีอาการอย่างไรบ้าง

โรคหลอดลมอักเสบ

ในปัจจุบันนี้เรื่องของโรคนั้นถือว่าเป็นเรื่องหนึ่งที่สำคัญอย่างมากเลยที่เราเองก็ควรที่จะต้องใส่ใจและอย่ามองข้ามกันไปเลยจะยิ่งดีเพราะว่าในเรื่องของโรคหลอดลมอักเสบนั้นเป็นขึ้นมาก็จะทำให้เรานั้นเกิดการไอมากยิ่งขึ้นและที่สำคัญก็อาจจะทำให้เกิดอาการคอแดงร่วมด้วย เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่ดีอย่างมากเลยเพราะว่าหากเราได้รู้จักที่จะป้องกันในเรื่องของหลอดลมอักเสบแล้วนั้นก็จะทำให้เราไม่ต้องเจ็บคออีกด้วย หลากหลายอย่างในตอนนี้จึงเป็นเรื่องที่เราเองก็ควรที่จะต้องยิ่งใส่ใจให้มากๆด้วยเพราะหากเราได้ให้ความใส่ใจแล้วก็จะเป็นสิ่งที่ดีอย่างที่สุดเลย เราเองจึงควรที่จะต้องอย่ามองข้ามแล้วก็ให้ความสนใจกับเรื่องของหลอดลมอักเสบให้มากๆด้วยเพราะทุกๆอย่างในเรื่องของหลอดลมอักเสบนั้นหากเป็นแล้วไม่รีบทำการรักษาก็อาจจะทำให้เกิดอันตรายขึ้นในเรื่องของระบบต่างๆในร่างกายด้วยนั้นเอง โรคหลอดลมอักเสบก็จะมีอาการไอมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆยิ่งตกกลางคืนก็จะไออย่างมากมายเลยเราจึงควรที่จะต้องระมัดระวังตัวเองให้มากๆด้วยจึงจะดีเพราะอย่างน้อยการที่เราได้ให้ความสำคัญในตรงนี้แล้วจะช่วยทำให้เรายิ่งมีความสุขที่สุดด้วยและที่สำคัญในเรื่องของอาการหลอดลมอักเสบนั้นก็จะทำให้เราหงุดหงิดมากขึ้นด้วยนั้นเอง ในเรื่องของหลอดลมอักเสบนั้นมีการรักษาได้ทั้งสองทางเลยไม่ว่าจะเป็นการทานยาหรือฉีดยาร่วมเพราะฉะนั้นเราก็ควรที่จะต้องเลือกทานยาร่วมกับฉีดยาไปด้วยจึงจะดีเพราะอย่างน้อยการที่เราได้มีการฉีดยาร่วมกันนั้นจะช่วยทำให้อาการยิ่งดูดีมากขึ้นด้วย เรื่องของโรคหลอดลมอักเสบนั้นเราจึงควรที่จะต้องให้ความสนใจให้มากที่สุดเพราะการไอมากๆนั้นอาจจะทำให้กระทบปอดได้อีกด้วยเพราะถ้าหากร่างกายยิ่งเกิดการกระทบกับปอดแล้วนั้นก็จะไม่ใช่เรื่องที่ดีกับเราเองอีกด้วย สิ่งนี้จึงเป็นเรื่องที่เราจะมองข้ามไปไม่ได้เลยเพราะทุกๆอย่างก็จะเป็นเรื่องที่ดีกับเราเองอย่างที่สุดเลย หลอดลมอักเสบนั้นเวลาที่เราเป็นก็มักที่จะต้องเป็นอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์เลยหากเราได้ให้ความสนใจและให้ความสำคัญมากๆแล้วก็จะดีต่อเราเองอย่างที่สุด เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่ดีอย่างมากเลยที่เราเองก็ควรที่จะต้องยิ่งให้ความสำคัญมากๆเพราะอย่างน้อยการที่ร่างกายไม่เจ็บป่วยเลยนั้นก็จะเป็นสิ่งที่ดีอย่างมากมายเลย

เปลี่ยนหน้าดุให้ดูละมุน ดอลลี่อาย คือ เทรนด์ตาสระอิที่สาวเกาหลีนิยมทำเพื่อหน้าเด็ก

ดอลลี่อาย คือ

ดวงตาคือหน้าต่างของหัวใจ และเป็นจุดดึงดูดสายตาจุดแรกบนใบหน้า การมีดวงตาที่กลมโต สดใส และดูเป็นมิตร จึงเป็นสิ่งที่สาวๆ หลายคนปรารถนา ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กระแสความงามจากประเทศเกาหลีได้เข้ามามีอิทธิพลต่อวงการความงามในไทยอย่างมาก หนึ่งในเทรนด์ที่ฮิตติดลมบนและไม่มีทีท่าว่าจะแผ่วลงคือการทำดอลลี่อาย คือการสร้างมัดกล้ามเนื้อใต้ตาให้ดูนูนขึ้นเล็กน้อย เพื่อเพิ่มเสน่ห์ให้กับรอยยิ้มและทำให้ใบหน้าโดยรวมดูอ่อนเยาว์ลงอย่างเป็นธรรมชาติ หลายคนอาจยังสับสนและแยกไม่ออกระหว่างการมีดอลลี่อายกับการมีถุงใต้ตา หรือ Eye Bags ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิดอย่างมหันต์ เพราะในขณะที่ถุงใต้ตาทำให้หน้าดูโทรมและเหนื่อยล้า แต่ ดอลลี่อาย กลับทำหน้าที่ตรงกันข้าม คือช่วยให้ดวงตาดูหวานฉ่ำเหมือนกำลังยิ้มอยู่ตลอดเวลา บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกถึงเคล็ดลับความงามนี้ว่ามันคืออะไร มีวิธีการทำอย่างไรบ้าง และทำไมมันถึงกลายเป็น Must Have Item ของคนที่อยากหน้าเด็กในยุคนี้ ไขข้อข้องใจ

PRK ทางเลือกในการรักษาสายตาด้วยการทำเลเซอร์

PRK

PRK ย่อมาจาก Photorefractive Keratectomy ซึ่งเป็นการผ่าตัดตาด้วยเลเซอร์ประเภทหนึ่งที่ใช้ในการแก้ไขปัญหาการมองเห็น เช่น สายตาสั้น สายตายาว และสายตาเอียง ซึ่งข้นตอนของ PRK จะเป็นการใช้เลเซอร์เพื่อปรับรูปร่างกระจกตา ซึ่งเป็นส่วนหน้าที่ชัดเจนของดวงตาที่ช่วยโฟกัสแสงไปที่เรตินา ขั้นตอนการผ่าตัด PRK  ในการผ่าตัด PRK เป็นการผ่าตัดที่ศัลยแพทย์จะเอาชั้นนอกของกระจกตาที่เรียกว่าเยื่อบุผิวออก โดยใช้น้ำยาพิเศษหรือเครื่องมือผ่าตัด จากนั้นจึงใช้เลเซอร์เพื่อขจัดเนื้อเยื่อจำนวนหนึ่งออกจากกระจกตาเพื่อปรับรูปร่างใหม่และแก้ไขการมองเห็นของผู้ป่วย การผ่าตัดใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีต่อตาหนึ่งข้าง และผู้ป่วยมักจะรู้สึกตัวระหว่างผ่าตัด หลังการผ่าตัด ผู้ป่วยอาจรู้สึกไม่สบายและไวต่อแสงเป็นเวลา 2-3 วันหรือหลายสัปดาห์ และการมองเห็นอาจพร่ามัวในช่วงการรักษาระยะแรก โดยปกติจะใช้เวลาหลายเดือนกว่าการมองเห็นจะคงที่และดีขึ้น ผลลัพธ์ของขั้นตอน PRK