ศูนย์เลสิก

ปัจจุบันผู้มีปัญหาสายตาหรือมีภาวะสายตาผิดปกติ เช่น สายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง สามารถเข้ารับการรักษาผ่านศูนย์เลสิกได้ แต่เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถเลือกได้อย่างปลอดภัย ไม่เสี่ยงต่อการเกิดอันตรายใด ๆ ตามมาหลังจากเข้ารับการรักษา เราจะพาไปดูว่าควรเลือกอย่างไร?

ศูนย์เลสิกเลือกยังไงดีให้ปลอดภัย?

ปัจจัยที่จำเป็นต้องทำการตรวจสอบก่อนเลือกทำเลสิกกับศูนย์เลสิก มีดังต่อไปนี้

1. จักษุแพทย์ต้องมีความชำนาญเฉพาะทาง

ครอบคลุมทั้งด้านเลสิกและการผ่าตัดแก้ไขปัญหาสายตาต่าง ๆ รวมถึงมีใบประกอบวิชาชีพอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อแพทย์เพื่อเพิ่มความมั่นใจผ่านฐานข้อมูลแพทย์สภา

2. สถานพยาบาลหรือคลินิกต้องได้มาตรฐาน

ครอบคลุมตั้งแต่มีเลขที่ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลอย่างชัดเจน หากไม่แน่ใจให้นำข้อมูลของสถานพยาบาลไปตรวจสอบกับเว็บไซต์กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ไปจนถึงมาตรฐานความปลอดภัยต้องได้รับการยอมรับ มีการจัดการขั้นตอนต่าง ๆ เป็นระบบ ให้ความสำคัญเรื่องความสะอาดมาเป็นอันดับ 1

3. มีทางเลือกในการทำหลากหลาย

แน่นอนว่าปัญหาแต่ละคนนั้นแตกต่างกันไป การจะเลือกแก้ไขปัญหาโดยเลสิกจึงจำเป็นต้องเลือกให้มีความสอดคล้องกันด้วย ตัวอย่างเช่น ReLex Smile, Femto Lasik, PRK หรือหากไม่รู้ว่าเราควรทำการรักษาแบบไหนจึงจะสามารถแก้ไขปัญหาที่เรามีอยู่ได้อย่างตรงจุด ทางสถานพยาบาลหรือคลินิกต้องสามารถทำการวินิจฉัยปัญหาที่เรามีและเลือกแนวทางการแก้ไขให้สอดคล้องกันได้ด้วย

4. อุปกรณ์ต้องมีความทันสมัย

เพิ่มความสบายใจว่าทุกขั้นตอนการรักษาจะเป็นไปอย่างรวดเร็วแต่ให้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ตัวอย่างเทคโนโลยีหรืออุปกรณ์ที่ควรมี เช่น Femtosecond Laser รุ่น Visumax เครื่อง MEL 90

ปัจจัยประกอบการพิจารณาอื่น ๆ ที่ไม่ควรมองข้าม

นอกเหนือจากการตรวจสอบองค์ประกอบด้านความปลอดภัยแล้ว องค์ประกอบเสริมเพิ่มเติมอื่น ๆ ของศูนย์เลสิกที่ไม่ควรมองข้าม มีดังนี้

  • ราคา ต้องมีความสมเหตุสมผลไม่ถูกหรือแพงเกินไป ขึ้นอยู่กับประเภทของการทำ เช่น เลสิก ราคา 50,000+ ReLex Smile ราคา 120,000+ และ ICL เริ่มต้นข้างละ 8,500 – 8,800+ เป็นต้น รวมถึงค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอื่น ๆ เช่น ค่าแอดมิด ค่ายา ค่าตรวจพิเศษ ต้องมีการระบุอย่างชัดเจนว่าจ่ายเท่าไหร่?
  • รีวิวเพิ่มความน่าเชื่อถือ ต้องมีการแสดงหลักฐานผลการรักษาอย่างชัดเจน เทียบกันให้เห็นแบบช็อตต่อช็อตเลยว่าก่อนทำการรักษาและหลังทำการรักษาให้ผลเป็นยังไง? เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางไหน? อีกทั้งยังควรเป็นรีวิวจากเคสจริงไม่ใช่ใครก็ได้

และสุดท้ายอย่าลืมทำการตรวจสอบวิธีการดูแลคนไข้ทั้งก่อนและหลังการรักษาของศูนย์เลสิกด้วยว่าเป็นยังไง? ครอบคลุมแค่ไหน? เพื่อให้แน่ใจว่าหากผลลัพธ์ไม่เป็นที่น่าพึงพอใจหรือเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นมาทางคลินิกหรือสถานพยาบาลจะสามารถให้คำปรึกษา ดูแลหรือวางแผนรักษาอาการต่าง ๆ ให้กับเราได้ด้วย

Explore More

ก่อนการดูแลผู้ป่วยปอดติดเชื้อต้องรู้ ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้กับผู้ป่วย

การดูแลผู้ป่วยปอดติดเชื้อ

ปัจจุบันนี้พบว่า โรคปอดติดเชื้อ สามารถคร่าชีวิตผู้คนได้ไม่น้อยเลย ในแต่ละปีจำนวนผู้ป่วยก็ค่อย ๆ เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะหลายคนยังไม่รู้ว่าโรคนี้คืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร สำหรับโรคปอดติดเชื้อนั้นจะเป็นการที่เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายของคนเรา จากนั้นจะลงลึกไปยังปอด  การที่เชื้อโรคสามารถเข้าสู่ปอดได้นั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องที่รุนแรง และอันตรายมาก ๆ เนื่องจากว่ากว่าเชื้อโรคจะเข้าสู่ปอดได้ก็จำเป็นที่จะต้องผ่านด่านหลายด่านเข้ามา การที่สามารถผ่านเข้ามาได้แสดงว่าอาการจะต้องหนักจริง ๆ ซึ่งสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้ปอดติดเชื้อก็มาจากการสูดลมหายใจ และจากทางเลือด ทั้งนี้การที่ปอดติดเชื้อก็สามารถเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นได้เช่นกัน แล้วภาวะแทรกซ้อนที่ว่านั้นคืออะไรบ้าง ในบทความนี้จะมาช่วยอธิบายให้เข้าใจกันก่อนที่จะมีการดูแลผู้ป่วยปอดติดเชื้อ  ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้กับผู้ป่วย สิ่งที่ผู้ให้การดูแลผู้ป่วยปอดติดเชื้อต้องรู้  ในการรักษาโรคปอดติดเชื้อ แพทย์จะทำการให้ยาฆ่าเชื้อกับผู้ป่วยเพื่อรักษาโรค โดยยาฆ่าเชื้อที่ให้นี้จะเห็นผลได้ใน 72

ข้อดีและข้อควรระวังในการ การ ล้าง จมูก ด้วย น้ำเกลือ

การ ล้าง จมูก ด้วย น้ำเกลือ

การดูแลสุขภาพโพรงจมูกเป็นเรื่องที่สำคัญ โดยเฉพาะในยุคที่ฝุ่นและสารก่อภูมิแพ้แพร่หลายมากขึ้น การดูแลรักษาความสะอาดโพรงจมูกช่วยลดความเสี่ยงของโรคทางเดินหายใจ วิธีที่ได้รับความนิยมและแนะนำอย่างกว้างขวางคือ การ ล้าง จมูก ด้วย น้ำเกลือ ซึ่งมีทั้งข้อดีที่ช่วยบำรุงและรักษาโพรงจมูก แต่ก็ยังมีข้อควรระวังที่ควรรู้ เพื่อให้การล้างจมูกเกิดผลดีและปลอดภัย บทความนี้จะพาไปดูทั้งข้อดีและข้อควรระวังในการล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ ข้อดีของการ ล้าง จมูก ด้วย น้ำเกลือ 1. ช่วยขจัดฝุ่นและสารก่อภูมิแพ้ น้ำเกลือมีคุณสมบัติช่วยชะล้างฝุ่นละออง สิ่งสกปรก และสารก่อภูมิแพ้ที่สะสมในโพรงจมูก ทำให้รู้สึกโล่งและหายใจสะดวกมากขึ้น 2. ลดอาการคัดจมูกและบรรเทาอาการภูมิแพ้ การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือช่วยลดความหนาแน่นของเมือกในโพรงจมูก ทำให้อาการคัดจมูกดีขึ้น รวมถึงช่วยบรรเทาอาการของผู้ที่เป็นภูมิแพ้ 3.

สัญญาณจากแพทย์และความพร้อมของครอบครัว เมื่อไรควรเริ่มดูแลแบบ Palliative Care

Palliative Care

                การดูแลแบบ Palliative Care หรือการดูแลแบบประคับประคอง ความจริงแล้วไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด หลายคนมักคิดว่าเป็นการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายโดยปล่อยให้นอนเฉย ๆ แต่ความจริงแล้วผู้ป่วยจะได้รับการรักษาด้วยวิธีทางการแพทย์ โดยมีทีมแพทย์หรือทีมสหวิชาชีพเป็นผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่ได้ปล่อยผู้ป่วยทิ้งไว้โดยลำพัง สัญญาณที่บอกว่าเมื่อไหร่ควรเริ่มดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายแบบ Palliative Care ได้แล้ว สัญญาณเหล่านี้จึงเป็นเหมือนตัวเตือนให้ผู้ดูแลหมั่นสังเกตอาการของผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด และปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมในการเริ่มการดูแลแบบประคับประคอง หากผู้ป่วยมีอาการเหล่านี้ควรพาไปพบแพทย์ เพื่อตรวจวินิจฉัยและเริ่มการดูแลแบบประคับประคอง เพื่อช่วยลดความทุกข์ทรมานลงก่อนถึงวาระสุดท้าย สำหรับผู้ที่ต้องการดูแลผู้ป่วยเองสามารถให้แพทย์และทีมรักษาการดูแลแบบประคับประคองช่วยวางแผนการรักษา และแนะนำสถานที่รักษาที่เหมาะสม เพื่อการดูแลอย่างถูกวิธีและการเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ