การสวมหน้ากากอนามัย

การสวมหน้ากากอนามัย ยังคงเป็นหนึ่งในวิธีการป้องกันที่สำคัญที่สุดจากโควิด-19 ซึ่งช่วยลดโอกาสในการติดเชื้อและช่วยในการควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อต่อไป อย่างไรก็ตาม การเกลี้ยกล่อมให้เด็ก ๆ สวมหน้ากากอาจเป็นเรื่องยากสำหรับผู้ปกครองบางคน มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่เด็ก ๆ ต้องเข้าใจถึงความสำคัญของการสวมหน้ากาก, การล้างมืออย่างสม่ำเสมอ และฝึกเว้นระยะห่างทางสังคม

6 เคล็ดลับ ทำให้ลูกของคุณเข้าใจถึงความสำคัญของการสวมหน้ากาก 

1. เป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ปกครอง และสมาชิกในครอบครัว ที่ต้องสวมหน้ากากเป็นตัวอย่าง

เด็กจะทำตามสิ่งที่คุณทำ ไม่ใช่สิ่งที่คุณพูด ดังนั้นจงสวมหน้ากากเพื่อแสดงให้พวกเขาเห็นว่าคุณสบายใจมากเพียงใด ในการสวมหน้ากากออกนอกบ้าน ซึ่งก็จะช่วยโน้มน้าวให้พวกเขาสวมหน้ากากได้ง่ายขึ้น 

2. ชวนลูกทำหน้ากาก หรือ ให้ลูกเลือกลายหน้ากากที่สนใจด้วยตนเอง

วิธีนี้จะช่วยทำให้พวกเขาพัฒนาความสนใจในหน้ากากที่ตัวเองเลือกได้มากขึ้น 

3. เครื่องประดับกระชากใจ 

คุณยังสามารถประดับหน้ากากด้วยการเลือกสายคล้องแมสน่ารัก ๆ มีสีสดใส หรือมีรูปสัตว์ที่ลูกชอบได้ ทำให้ลูกอยากสวมมากขึ้น  

4. พูดคุยกับลูก ๆ ให้เข้าใจด้วยเหตุผล 

คุณสามารถพูดคุยเกี่ยวกับความสำคัญของการสวมหน้ากากในยุคปัจจุบัน เพื่อทำให้ลูกของคุณเกิดความเข้าใจได้มากขึ้น คุณสามารถอธิบายได้ว่า หน้ากากช่วยในเรื่องของการป้องกันอย่างไร เช่นเดียวกับเข็มขัดนิรภัย, แว่นกันแดด หรือครีมกันแดด และให้อธิบายด้วยว่าการสวมหน้ากากช่วยปกป้องผู้อื่นได้อย่างไร  

5. คำอธิบายสำหรับเด็กโต

ให้คุณพูดคุยกับเด็ก ๆ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับสารคัดหลั่งจากระบบทางเดินหายใจ ระหว่างการไอหรือจาม และวิธีที่เด็ก ๆ สามารถมีส่วนช่วยในการจำกัดการแพร่กระจายของไวรัสต่อไปได้  

6. แนะนำวิธีสวมหน้ากากอนามัยอย่างถูกวิธี

ให้ความรู้เกี่ยวกับหน้ากากแบบใช้ครั้งเดียว และความสำคัญของการซักหน้ากากผ้า รวมทั้งการปิดทั้งปากและจมูกเพื่อการป้องกันที่ดีที่สุด 

และนอกจากการสอนเด็กเรื่องการสวมหน้ากากแล้ว ยังต้องให้ความรู้เด็ก ๆ เกี่ยวกับความสำคัญของการเว้นระยะห่างทางสังคมอย่างน้อย 2 เมตร และการล้างมือเป็นประจำอีกด้วย ซึ่งจากการอธิบายให้เด็ก ๆ ฟัง ก็จะทำให้เด็ก ๆ นั้น มีความเข้าใจต่อความสำคัญของการสวมแมสมากยิ่งขึ้น โดยให้คุณอธิบายเสริมเพิ่มเติมด้วยว่าถ้า ติดเชื้อไวรัสแล้วเด็กจะต้องนอนโรงพยาบาล 10 – 14 วัน ทำให้ต้องขาดเรียนไม่เจอเพื่อนหรือต้องแยกจากพ่อแม่ อย่าอธิบายให้เด็กหวาดกลัวจนเกินไปนัก แต่ให้อธิบายให้เด็กเข้าใจถึงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการพักฟื้น ซึ่งก็จะอาจจะทำให้เด็ก ๆ นั้นเกิดความเข้าใจได้มากขึ้น 

Explore More

เปลี่ยนหน้าดุให้ดูละมุน ดอลลี่อาย คือ เทรนด์ตาสระอิที่สาวเกาหลีนิยมทำเพื่อหน้าเด็ก

ดอลลี่อาย คือ

ดวงตาคือหน้าต่างของหัวใจ และเป็นจุดดึงดูดสายตาจุดแรกบนใบหน้า การมีดวงตาที่กลมโต สดใส และดูเป็นมิตร จึงเป็นสิ่งที่สาวๆ หลายคนปรารถนา ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กระแสความงามจากประเทศเกาหลีได้เข้ามามีอิทธิพลต่อวงการความงามในไทยอย่างมาก หนึ่งในเทรนด์ที่ฮิตติดลมบนและไม่มีทีท่าว่าจะแผ่วลงคือการทำดอลลี่อาย คือการสร้างมัดกล้ามเนื้อใต้ตาให้ดูนูนขึ้นเล็กน้อย เพื่อเพิ่มเสน่ห์ให้กับรอยยิ้มและทำให้ใบหน้าโดยรวมดูอ่อนเยาว์ลงอย่างเป็นธรรมชาติ หลายคนอาจยังสับสนและแยกไม่ออกระหว่างการมีดอลลี่อายกับการมีถุงใต้ตา หรือ Eye Bags ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิดอย่างมหันต์ เพราะในขณะที่ถุงใต้ตาทำให้หน้าดูโทรมและเหนื่อยล้า แต่ ดอลลี่อาย กลับทำหน้าที่ตรงกันข้าม คือช่วยให้ดวงตาดูหวานฉ่ำเหมือนกำลังยิ้มอยู่ตลอดเวลา บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกถึงเคล็ดลับความงามนี้ว่ามันคืออะไร มีวิธีการทำอย่างไรบ้าง และทำไมมันถึงกลายเป็น Must Have Item ของคนที่อยากหน้าเด็กในยุคนี้ ไขข้อข้องใจ

สัญญาณจากแพทย์และความพร้อมของครอบครัว เมื่อไรควรเริ่มดูแลแบบ Palliative Care

Palliative Care

                การดูแลแบบ Palliative Care หรือการดูแลแบบประคับประคอง ความจริงแล้วไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด หลายคนมักคิดว่าเป็นการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายโดยปล่อยให้นอนเฉย ๆ แต่ความจริงแล้วผู้ป่วยจะได้รับการรักษาด้วยวิธีทางการแพทย์ โดยมีทีมแพทย์หรือทีมสหวิชาชีพเป็นผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่ได้ปล่อยผู้ป่วยทิ้งไว้โดยลำพัง สัญญาณที่บอกว่าเมื่อไหร่ควรเริ่มดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายแบบ Palliative Care ได้แล้ว สัญญาณเหล่านี้จึงเป็นเหมือนตัวเตือนให้ผู้ดูแลหมั่นสังเกตอาการของผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด และปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมในการเริ่มการดูแลแบบประคับประคอง หากผู้ป่วยมีอาการเหล่านี้ควรพาไปพบแพทย์ เพื่อตรวจวินิจฉัยและเริ่มการดูแลแบบประคับประคอง เพื่อช่วยลดความทุกข์ทรมานลงก่อนถึงวาระสุดท้าย สำหรับผู้ที่ต้องการดูแลผู้ป่วยเองสามารถให้แพทย์และทีมรักษาการดูแลแบบประคับประคองช่วยวางแผนการรักษา และแนะนำสถานที่รักษาที่เหมาะสม เพื่อการดูแลอย่างถูกวิธีและการเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ

ทำความรู้จักแว่นตากรองแสง และอาการแบบไหนที่ต้องใส่

แว่นตากรองแสง

แว่นตาเป็นอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสำหรับคนที่มีปัญหาของค่าสายตา ไม่ว่าจะสั้นหรือยาว ซึ่งมีมานานแล้ว แต่ในปัจจุบันก็มีรูปแบบของแว่นสายตาออกมาจำหน่ายให้เลือกได้เลือกใช้หลากหลายรูปด้วยกัน พร้อมกับยังมีการเสริมความสวยงามทางด้านแฟชั่นด้วยการตกแต่งขาแว่นหรือรูปทรงให้มีความโดดเด่นมากขึ้น ที่จะช่วยให้ผู้สวมใส่มีความมั่นใจในขณะที่ใช้งานมากยิ่งขึ้นนั่นเอง อย่างแว่นตากรองแสง แว่นตากรองแสงสีฟ้าที่เรียกว่าเลนส์บลู Blue Light เป็นเลนส์แว่นตาชนิดพิเศษ ที่มีส่วนช่วยในการป้องกันแสงสีฟ้าเงินจากจอคอมพิวเตอร์หรือหน้าจอมือถือได้อย่างดีที่สุด ซึ่งแสงสีฟ้าชนิดนี้จะส่งผลให้เรามีอาการปวดตา และรู้สึกเมื่อยล้าเมื่อทำงานในระยะเวลานาน ๆ จนส่งผลทำให้เกิดปัญหาทางด้านสายตาตามมาในภายหลังได้ โดยการใช้แว่นตากรองแสงสีฟ้าต่ำกว่า 450 nm จะมีส่วนช่วยให้แสงต่าง ๆ สามารถตัดกระจายได้อย่างดีที่สุด เพื่อลดอาการปวดล้าดวงตาในระหว่างที่ทำงานได้ดีในระดับหนึ่ง มองภาพต่าง ๆ ได้ชัดมากขึ้น มีความนุ่มนวล อีกทั้งยังถือว่าเป็นแว่นตาชนิดพิเศษที่สามารถทำความสะอาดได้อย่างง่ายดายอีกด้วย  อาการแบบไหนที่ต้องใส่แว่นตากรองแสง สู้แสงไม่ค่อยไหว