ปัจจุบันนี้พบว่า โรคปอดติดเชื้อ สามารถคร่าชีวิตผู้คนได้ไม่น้อยเลย ในแต่ละปีจำนวนผู้ป่วยก็ค่อย ๆ เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะหลายคนยังไม่รู้ว่าโรคนี้คืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร สำหรับโรคปอดติดเชื้อนั้นจะเป็นการที่เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายของคนเรา จากนั้นจะลงลึกไปยังปอด 

การที่เชื้อโรคสามารถเข้าสู่ปอดได้นั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องที่รุนแรง และอันตรายมาก ๆ เนื่องจากว่ากว่าเชื้อโรคจะเข้าสู่ปอดได้ก็จำเป็นที่จะต้องผ่านด่านหลายด่านเข้ามา การที่สามารถผ่านเข้ามาได้แสดงว่าอาการจะต้องหนักจริง ๆ ซึ่งสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้ปอดติดเชื้อก็มาจากการสูดลมหายใจ และจากทางเลือด ทั้งนี้การที่ปอดติดเชื้อก็สามารถเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นได้เช่นกัน แล้วภาวะแทรกซ้อนที่ว่านั้นคืออะไรบ้าง ในบทความนี้จะมาช่วยอธิบายให้เข้าใจกันก่อนที่จะมีการดูแลผู้ป่วยปอดติดเชื้อ 

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้กับผู้ป่วย สิ่งที่ผู้ให้การดูแลผู้ป่วยปอดติดเชื้อต้องรู้ 

ในการรักษาโรคปอดติดเชื้อ แพทย์จะทำการให้ยาฆ่าเชื้อกับผู้ป่วยเพื่อรักษาโรค โดยยาฆ่าเชื้อที่ให้นี้จะเห็นผลได้ใน 72 ชั่วโมง ในระหว่างนั้นแพทย์จะทำการเฝ้าดูอาการของผู้ป่วยว่าอาการเป็นไปในทิศทางไหน หากว่าภายใน 72 ชั่วโมงอาการของผู้ป่วยยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น ทางแพทย์ก็จะเอกซเรย์ซ้ำอีกครั้ง เพื่อเป็นการดูว่ามีอาการแทรกซ้อนหรือไม่ ทั้งนี้ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ ก็คือ การเป็นฝี หรือว่าหนองที่บริเวณปอด นอกจากนั้นก็อาจจะมีน้ำในเยื่อหุ้นปอด หรือว่าอาจจะมีเชื้อที่เกิดการลุกลามออกไปนอกปอดแล้วเข้าสู่กระแสเลือด ซึ่งหากว่าเป็นแบบนี้ก็ถือว่าอันตรายกับผู้ป่วยมาก ๆ 

อย่างไรก็ตาม หากพบว่าผู้ป่วยมีฝีขึ้นที่ปอด ทางแพทย์ก็จะทำการปรับตัวยาที่ใช้รักษาผู้ป่วยให้แรงมากขึ้น หากทำเช่นนี้แล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ก็อาจจะทำให้แพทย์พิจารณาวิธีการรักษาด้วยการผ่าตัดแทน เพื่อที่จะทำการเอาหนองที่เกิดขึ้นออกมา ในส่วนของการเกิดภาวะมีน้ำในเยื่อหุ้นปอด แพทย์จะต้องตรวจดูก่อนว่าน้ำที่มีนั้นเป็นลักษณะอย่างไร ขุ่นหรือว่าใส และเป็นหนองมากแค่ไหน ถ้าเกิดว่าปริมาณน้ำมีมาก ก็จะต้องทำการเจาะเพื่อระบายน้ำนั้นออก 

ทั้งนี้ในการรักษาโรคปอดติดเชื้อนั้น แพทย์จะทำการเก็บเสมหะของผู้ป่วยมาเพาะเชื้อก่อน เพื่อที่จะมาตรวจหาอีกทีว่าเป็นเชื้อชนิดใด และเป็นการปรับยาให้เข้ากับอาการของผู้ป่วย และให้เหมาะสมกับเชื้อที่ผู้ป่วยเป็น ซึ่งถ้าหากพบว่าคนในบ้านมีอาการคล้ายว่าจะเป็นปอดติดเชื้อ ก็ให้รีบพาไปพบแพทย์ เพื่อหาทางรักษาต่อไป ยิ่งเข้ารับการรักษาได้เร็ว ก็จะช่วยให้หายขาดจากโรคนี้ได้ อย่างไรก็ตามในระหว่างที่ผู้ป่วยกำลังเข้ารับการรักษาอยู่ คนอื่น ๆ ในบ้านก็จะต้องช่วยกัน และให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ป่วยปอดติดเชื้อด้วย เพื่อให้ผู้ป่วยหายได้โดยเร็ว 

Explore More

Medical_ประเภทของยา

ประเภทของยา

ยา เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ช่วยให้อาการเจ็บป่วยนั้นเบาเทาลง ซึ่งในการทานยานั้นควรได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ไม่ว่าจะเป็นหมอ พยาบาล หรือเภสัชกร ไม่ควรเลือกซื้อยามาทานเอง ซึ่งยามีทั้งคุณและโทษในตัวเอง จึงต้องมีความระมัดระวังในการใช้ยา เพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดและให้ได้รับโทษน้อยที่สุดจากการใช้ยา วันนี้จะพามาทำความรู้จักกับประเภทของยากันก่อนดีกว่า  เป็นยาที่ได้รับการพิจารณาแล้วว่าปลอดภัยเพียงพอ หรือโอกาสเป็นอันตรายต่อสุขภาพมีน้อย ให้วางจำหน่ายได้โดยทั่วไป และผู้บริโภคสามารถตัดสินใจซื้อด้วยตนเองตามอาการเจ็บป่วย โดยยาสามัญประจำบ้านได้นั้นต้องมีตำรับยา สรรพคุณ ขนาด วิธีใช้ คำเตือนการเก็บรักษา และขนาดบรรจุตามที่กำหนด เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถศึกษาได้ด้วยตนเอง โดยการกำหนดว่ายาใดจะเป็นยาสามัญประจำบ้าน จะดำเนินการประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยยาสามัญประจำบ้าน เป็นยาที่ต้องขายเฉพาะในร้านขายยาแผนปัจจุบันภายใต้การควบคุมและส่งมอบยาให้แก่ผู้บริโภคโดยเภสัชกรเท่านั้น โดยการกำหนดว่ายาใดจะเป็นยาอันตราย จะดำเนินการประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยยาอันตราย เป็นยาที่เภสัชกรจะจ่ายได้ ก็ต่อเมื่อมีการนำใบสั่งยาของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมมาซื้อยา กลุ่มนี้เป็นยาที่มีความเป็นพิษภัยสูงหรืออาจก่ออันตรายต่อสุขภาพได้ง่าย

PRK ทางเลือกในการรักษาสายตาด้วยการทำเลเซอร์

PRK

PRK ย่อมาจาก Photorefractive Keratectomy ซึ่งเป็นการผ่าตัดตาด้วยเลเซอร์ประเภทหนึ่งที่ใช้ในการแก้ไขปัญหาการมองเห็น เช่น สายตาสั้น สายตายาว และสายตาเอียง ซึ่งข้นตอนของ PRK จะเป็นการใช้เลเซอร์เพื่อปรับรูปร่างกระจกตา ซึ่งเป็นส่วนหน้าที่ชัดเจนของดวงตาที่ช่วยโฟกัสแสงไปที่เรตินา ขั้นตอนการผ่าตัด PRK  ในการผ่าตัด PRK เป็นการผ่าตัดที่ศัลยแพทย์จะเอาชั้นนอกของกระจกตาที่เรียกว่าเยื่อบุผิวออก โดยใช้น้ำยาพิเศษหรือเครื่องมือผ่าตัด จากนั้นจึงใช้เลเซอร์เพื่อขจัดเนื้อเยื่อจำนวนหนึ่งออกจากกระจกตาเพื่อปรับรูปร่างใหม่และแก้ไขการมองเห็นของผู้ป่วย การผ่าตัดใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีต่อตาหนึ่งข้าง และผู้ป่วยมักจะรู้สึกตัวระหว่างผ่าตัด หลังการผ่าตัด ผู้ป่วยอาจรู้สึกไม่สบายและไวต่อแสงเป็นเวลา 2-3 วันหรือหลายสัปดาห์ และการมองเห็นอาจพร่ามัวในช่วงการรักษาระยะแรก โดยปกติจะใช้เวลาหลายเดือนกว่าการมองเห็นจะคงที่และดีขึ้น ผลลัพธ์ของขั้นตอน PRK

สัญญาณจากแพทย์และความพร้อมของครอบครัว เมื่อไรควรเริ่มดูแลแบบ Palliative Care

Palliative Care

                การดูแลแบบ Palliative Care หรือการดูแลแบบประคับประคอง ความจริงแล้วไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด หลายคนมักคิดว่าเป็นการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายโดยปล่อยให้นอนเฉย ๆ แต่ความจริงแล้วผู้ป่วยจะได้รับการรักษาด้วยวิธีทางการแพทย์ โดยมีทีมแพทย์หรือทีมสหวิชาชีพเป็นผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่ได้ปล่อยผู้ป่วยทิ้งไว้โดยลำพัง สัญญาณที่บอกว่าเมื่อไหร่ควรเริ่มดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายแบบ Palliative Care ได้แล้ว สัญญาณเหล่านี้จึงเป็นเหมือนตัวเตือนให้ผู้ดูแลหมั่นสังเกตอาการของผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด และปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมในการเริ่มการดูแลแบบประคับประคอง หากผู้ป่วยมีอาการเหล่านี้ควรพาไปพบแพทย์ เพื่อตรวจวินิจฉัยและเริ่มการดูแลแบบประคับประคอง เพื่อช่วยลดความทุกข์ทรมานลงก่อนถึงวาระสุดท้าย สำหรับผู้ที่ต้องการดูแลผู้ป่วยเองสามารถให้แพทย์และทีมรักษาการดูแลแบบประคับประคองช่วยวางแผนการรักษา และแนะนำสถานที่รักษาที่เหมาะสม เพื่อการดูแลอย่างถูกวิธีและการเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ