ประเภทของยา

ยา เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ช่วยให้อาการเจ็บป่วยนั้นเบาเทาลง ซึ่งในการทานยานั้นควรได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ไม่ว่าจะเป็นหมอ พยาบาล หรือเภสัชกร ไม่ควรเลือกซื้อยามาทานเอง ซึ่งยามีทั้งคุณและโทษในตัวเอง จึงต้องมีความระมัดระวังในการใช้ยา เพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดและให้ได้รับโทษน้อยที่สุดจากการใช้ยา วันนี้จะพามาทำความรู้จักกับประเภทของยากันก่อนดีกว่า 

  1. ยาสามัญประจำบ้าน 

เป็นยาที่ได้รับการพิจารณาแล้วว่าปลอดภัยเพียงพอ หรือโอกาสเป็นอันตรายต่อสุขภาพมีน้อย ให้วางจำหน่ายได้โดยทั่วไป และผู้บริโภคสามารถตัดสินใจซื้อด้วยตนเองตามอาการเจ็บป่วย โดยยาสามัญประจำบ้านได้นั้นต้องมีตำรับยา สรรพคุณ ขนาด วิธีใช้ คำเตือนการเก็บรักษา และขนาดบรรจุตามที่กำหนด เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถศึกษาได้ด้วยตนเอง โดยการกำหนดว่ายาใดจะเป็นยาสามัญประจำบ้าน จะดำเนินการประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยยาสามัญประจำบ้าน

  1. ยาอันตราย 

เป็นยาที่ต้องขายเฉพาะในร้านขายยาแผนปัจจุบันภายใต้การควบคุมและส่งมอบยาให้แก่ผู้บริโภคโดยเภสัชกรเท่านั้น โดยการกำหนดว่ายาใดจะเป็นยาอันตราย จะดำเนินการประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยยาอันตราย

  1. ยาควบคุมพิเศษ 

เป็นยาที่เภสัชกรจะจ่ายได้ ก็ต่อเมื่อมีการนำใบสั่งยาของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมมาซื้อยา กลุ่มนี้เป็นยาที่มีความเป็นพิษภัยสูงหรืออาจก่ออันตรายต่อสุขภาพได้ง่าย จึงเป็นต้องมีการพิจารณาทวนสอบร่วมกันระหว่างวิชาชีพเวชกรรมและวิชาชีพเภสัชกรรม เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้ยา โดยการกำหนดว่ายาใดจะเป็นยาควบคุมพิเศษ จะดำเนินการประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยยาควบคุมพิเศษ

  1. ยาบรรจุเสร็จที่ไม่ใช่ยาอันตรายหรือยาควบคุมพิเศษ 

เป็นยาที่ต้องจำหน่ายในร้านขายยา โดยอาจจำหน่ายในร้านยา ประเภท ขย.1 หรือ ขย.2 ก็ได้ อย่างไรก็ดี ไม่ได้มีประกาศเฉพาะให้กำหนดเป็นยาในกลุ่มนี้ ยากลุ่มนี้จึงเป็นยาที่ไม่ได้มีประกาศเฉพาะให้เป็นยาสามัญประจำบ้าน ยาอันตราย และยาควบคุมพิเศษ

  1. ยาแผนโบราณ 

ยาที่ใช้กันมานานในอดีตเป็นส่วนใหญ่และปัจจุบันยังคงมีใช้อยู่บ้าง  ในปัจจุบันยาที่ใช้รักษาโรคแผนโบราณจะต้องขึ้นทะเบียนเป็นตำรับยาแผนโบราณอย่างถูกต้อง เช่น ยาเขียวหอม ยาธาตุบรรจบ เป็นต้น

  1. ยาสมุนไพร 

ยาที่ได้จากพืช หรือสัตว์ หรือแร่ธาตุที่ไม่ได้นำไปปรุงแต่งใดๆ  เช่น ว่านหางจระเข้ ใบมะขามแขก ตับปลา  ดีแกลือ เป็นต้น

สิ่งที่อยากจะให้ระวังคือการเลือกซื้อยามาทานเอง โดยตามหมู่บ้านจะมีร้านขายของชำที่จำหน่ายยารักษาโรคด้วย ซึ่งไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ อาจก่อให้เกิดอันตรายได้

Explore More

ข้อดีและข้อควรระวังในการ การ ล้าง จมูก ด้วย น้ำเกลือ

การ ล้าง จมูก ด้วย น้ำเกลือ

การดูแลสุขภาพโพรงจมูกเป็นเรื่องที่สำคัญ โดยเฉพาะในยุคที่ฝุ่นและสารก่อภูมิแพ้แพร่หลายมากขึ้น การดูแลรักษาความสะอาดโพรงจมูกช่วยลดความเสี่ยงของโรคทางเดินหายใจ วิธีที่ได้รับความนิยมและแนะนำอย่างกว้างขวางคือ การ ล้าง จมูก ด้วย น้ำเกลือ ซึ่งมีทั้งข้อดีที่ช่วยบำรุงและรักษาโพรงจมูก แต่ก็ยังมีข้อควรระวังที่ควรรู้ เพื่อให้การล้างจมูกเกิดผลดีและปลอดภัย บทความนี้จะพาไปดูทั้งข้อดีและข้อควรระวังในการล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ ข้อดีของการ ล้าง จมูก ด้วย น้ำเกลือ 1. ช่วยขจัดฝุ่นและสารก่อภูมิแพ้ น้ำเกลือมีคุณสมบัติช่วยชะล้างฝุ่นละออง สิ่งสกปรก และสารก่อภูมิแพ้ที่สะสมในโพรงจมูก ทำให้รู้สึกโล่งและหายใจสะดวกมากขึ้น 2. ลดอาการคัดจมูกและบรรเทาอาการภูมิแพ้ การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือช่วยลดความหนาแน่นของเมือกในโพรงจมูก ทำให้อาการคัดจมูกดีขึ้น รวมถึงช่วยบรรเทาอาการของผู้ที่เป็นภูมิแพ้ 3.

โรคหลอดลมอักเสบมีอาการอย่างไรบ้าง

โรคหลอดลมอักเสบ

ในปัจจุบันนี้เรื่องของโรคนั้นถือว่าเป็นเรื่องหนึ่งที่สำคัญอย่างมากเลยที่เราเองก็ควรที่จะต้องใส่ใจและอย่ามองข้ามกันไปเลยจะยิ่งดีเพราะว่าในเรื่องของโรคหลอดลมอักเสบนั้นเป็นขึ้นมาก็จะทำให้เรานั้นเกิดการไอมากยิ่งขึ้นและที่สำคัญก็อาจจะทำให้เกิดอาการคอแดงร่วมด้วย เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่ดีอย่างมากเลยเพราะว่าหากเราได้รู้จักที่จะป้องกันในเรื่องของหลอดลมอักเสบแล้วนั้นก็จะทำให้เราไม่ต้องเจ็บคออีกด้วย หลากหลายอย่างในตอนนี้จึงเป็นเรื่องที่เราเองก็ควรที่จะต้องยิ่งใส่ใจให้มากๆด้วยเพราะหากเราได้ให้ความใส่ใจแล้วก็จะเป็นสิ่งที่ดีอย่างที่สุดเลย เราเองจึงควรที่จะต้องอย่ามองข้ามแล้วก็ให้ความสนใจกับเรื่องของหลอดลมอักเสบให้มากๆด้วยเพราะทุกๆอย่างในเรื่องของหลอดลมอักเสบนั้นหากเป็นแล้วไม่รีบทำการรักษาก็อาจจะทำให้เกิดอันตรายขึ้นในเรื่องของระบบต่างๆในร่างกายด้วยนั้นเอง โรคหลอดลมอักเสบก็จะมีอาการไอมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆยิ่งตกกลางคืนก็จะไออย่างมากมายเลยเราจึงควรที่จะต้องระมัดระวังตัวเองให้มากๆด้วยจึงจะดีเพราะอย่างน้อยการที่เราได้ให้ความสำคัญในตรงนี้แล้วจะช่วยทำให้เรายิ่งมีความสุขที่สุดด้วยและที่สำคัญในเรื่องของอาการหลอดลมอักเสบนั้นก็จะทำให้เราหงุดหงิดมากขึ้นด้วยนั้นเอง ในเรื่องของหลอดลมอักเสบนั้นมีการรักษาได้ทั้งสองทางเลยไม่ว่าจะเป็นการทานยาหรือฉีดยาร่วมเพราะฉะนั้นเราก็ควรที่จะต้องเลือกทานยาร่วมกับฉีดยาไปด้วยจึงจะดีเพราะอย่างน้อยการที่เราได้มีการฉีดยาร่วมกันนั้นจะช่วยทำให้อาการยิ่งดูดีมากขึ้นด้วย เรื่องของโรคหลอดลมอักเสบนั้นเราจึงควรที่จะต้องให้ความสนใจให้มากที่สุดเพราะการไอมากๆนั้นอาจจะทำให้กระทบปอดได้อีกด้วยเพราะถ้าหากร่างกายยิ่งเกิดการกระทบกับปอดแล้วนั้นก็จะไม่ใช่เรื่องที่ดีกับเราเองอีกด้วย สิ่งนี้จึงเป็นเรื่องที่เราจะมองข้ามไปไม่ได้เลยเพราะทุกๆอย่างก็จะเป็นเรื่องที่ดีกับเราเองอย่างที่สุดเลย หลอดลมอักเสบนั้นเวลาที่เราเป็นก็มักที่จะต้องเป็นอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์เลยหากเราได้ให้ความสนใจและให้ความสำคัญมากๆแล้วก็จะดีต่อเราเองอย่างที่สุด เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่ดีอย่างมากเลยที่เราเองก็ควรที่จะต้องยิ่งให้ความสำคัญมากๆเพราะอย่างน้อยการที่ร่างกายไม่เจ็บป่วยเลยนั้นก็จะเป็นสิ่งที่ดีอย่างมากมายเลย

การทำอิ๊กซี่ (ICSI) หรือการฉีดตัวอสุจิเข้าไปในไข่

อิ๊กซี่

การทำอิ๊กซี่ (ICSI) หรือการฉีดตัวอสุจิเข้าไปในไข่ เป็นเทคนิคการช่วยการเจริญพันธุ์ที่ใช้ในการรักษาภาวะมีบุตรยากในกรณีที่ฝ่ายชายมีปัญหาเกี่ยวกับอสุจิ เช่น จำนวนอสุจิน้อย อสุจิเคลื่อนไหวช้า หรือมีรูปร่างผิดปกติ การทำอิ๊กซี่เป็นเทคนิคที่ค่อนข้างซับซ้อนและต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการเจริญพันธุ์ โดยขั้นตอนการทำอิ๊กซี่มีดังนี้ 1. แพทย์จะทำการเก็บไข่จากฝ่ายหญิง โดยใช้เข็มดูดไข่ผ่านทางช่องคลอดหรือผ่านทางหน้าท้อง 2. แพทย์จะทำการเก็บอสุจิจากฝ่ายชาย โดยอาจใช้วิธีการสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองหรือการผ่าตัดเพื่อเก็บอสุจิ 3. แพทย์จะทำการคัดเลือกอสุจิที่มีคุณภาพดีที่สุดเพียง 1 ตัว เพื่อฉีดเข้าไปในไข่ที่ได้จากฝ่ายหญิง 4. หลังจากที่ฉีดอสุจิเข้าไปในไข่แล้ว แพทย์จะนำไข่ที่ได้รับการผสมแล้วไป培养ในห้องปฏิบัติการ 5. หากไข่ที่ได้รับการผสมแล้วเจริญเติบโตเป็นตัวอ่อน แพทย์จะทำการย้ายตัวอ่อนเข้าไปในโพรงมดลูกของฝ่ายหญิง การทำอิ๊กซี่มีอัตราความสำเร็จในการตั้งครรภ์ค่อนข้างสูง โดยอัตราความสำเร็จจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น